วันเสาร์ที่ 2 เมษายน พ.ศ. 2554

อย่ากินยากันสารกัมมันตรังสีสุ่มสี่สุมห้า


ด้วยกระแสการหวาดระแวงและตื่นตระหนกเรื่องการแพร่กระจายของสารกัมตรังสีที่จะมาจากประเทศญี่ปุ่นนั้นทำให้ประชาชนทั่วไปโดยเฉพาะในประเทศไทยหวาดกลัวจำต้องหาซื้อยาหรือเกลือกินเพื่อป้องกันสารดังกล่าว แผนกเวชกรรมป้องกัน รพ.รร.จปร.จึงใคร่ขอเตือนว่าอย่ากินยากันสารกัมมันตรังสีสุ่มสี่สุ่มห้า เนื่องจากยาบางชนิดชนิดเป็นชนิดเข้มข้นซึ่งประชาชนควรรู้ไว้ว่าหากกินยาเกินขนาดหรือมีความถี่กว่าข้อแนะนำในฉลากยานั้นไม่ได้ช่วยให้ยาออกฤทธิ์ได้ดีกว่าเดิมในการป้องกันการเกิดมะเร็งของต่อมไทรอยด์ จากรังสีไอโอดีน 131 เลย หากแต่จะยิ่งทวีความรุนแรงต่อการกระตุ้นอาการแพ้ และเป็นอันตรายถึงขั้นเสียชีวิตได้ ดูรายละเอียดได้ที่นี่นะครับ
http://www.moph.go.th/ops/iprg/include/admin_hotnew/show_hotnew.php?idHot_new=37437
        ด้วยควาปรารถนาดีจาก แผนกเวชกรรมป้องกัน รพ.รร.จปร.

วันพฤหัสบดีที่ 31 มีนาคม พ.ศ. 2554

สรุปผลการดำเนินงานโครงการเฝ้าระวังเจ็บป่วยจากความร้อนจากการฝึกทหารใหม่

        แผนกเวชกรรมป้องกัน รพ.รร.จปร.เสนอข่าวสรุปผลการดำเนินงานโครงการเฝ้าระวังการเจ็บป่วยจากการฝึกทหารใหม่ ผลัด ๑/๕๓ ของกองทัพภาคที่ ๑ - ๔ ซึ่งพบว่าการเจ็บป่วยมากที่สุดในพื้นที่ ทภ.๑ จำนวนผู้ป่วย ๔๐ นาย ไม่พบผ้เสียชีวิต รายละเอียดดังนี้นะครับ
http://www.amed.go.th/rta_med/prevent/index.php?option=com_content&view=article&id=29:2010-12-22-05-26-04&catid=11:2010-07-16-15-53-21

สรุปข่าวด้านสาธารณสุขประจำวัน ๓๑ มี.ค.๕๔

แผนกเวชกรรมป้องกัน รพ.รร.จปร.ขอสรุปข่าวประจำวันด้านสาธารณสุขที่สำคัญในห้วงที่ผ่านมาตามรายละเอียดที่แนบมานี้นะครับ
http://www.moph.go.th/ops/iprg/news_pic/March31.pdf

อย. เผย ผลตรวจวัดสารกัมมันตรังสีในอาหารที่นำเข้าจากญี่ปุ่น (รายงานผลตรวจครั้งที่ 9)

      ด้วยในขณะที่ประชาชนทั่วไปกำลังตื่นตระหนกกับสารกัมมันตรังสีที่อาจติดมาในอาหารที่นำเข้ามาจากประเทศญี่ปุ่น แต่อย่างกก็ตาม แผนกเวชกรรมป้องกัน รพ.รร.จปร.ขอรายงานข่าวสารเพื่อให้ กำลังพลและครอบครัวในพื้นที่ รร.จปร.เรามั่นใจในการบริโภคว่า ขณะนี้  อย.ก็เฝ้าระวังตรวจสอบอยู่เสมอ ซึ่งในวันนี้ (30 มีนาคม 2554) เวลา 12.00 น. จำนวน 103 ตัวอย่าง ทุกตัวอย่างอยู่ในเกณฑ์ “ปกติ” และในวันที่ 29 มีนาคม 2554 อย. ได้เก็บตัวอย่างอาหารส่งให้สำนักงานปรมาณูเพื่อสันติตรวจหาสารกัมมันตรังสีแล้ว ตรวจหาสารกัมมันตรังสี จำนวน 19 ตัวอย่าง ได้แก่ อาหารทะเล จำนวน 11 ตัวอย่าง แป้ง จำนวน       5 ตัวอย่าง ผัก จำนวน 2 ตัวอย่าง และถั่ว จำนวน 1 ตัวอย่าง รายละเอียดดังนี้นะครับhttp://www.moph.go.th/ops/iprg/include/admin_hotnew/show_hotnew.php?idHot_new=37655
        ด้วยความปรารถนาดีจาก แผนกเวชกรรมป้องกัน รพ.รร.จปร.ครับ

วันอังคารที่ 29 มีนาคม พ.ศ. 2554

ขั้นตอนวิธีการทำน้ำเกลือ

แผนกเวชกรรมป้องกัน ขอแนะนำวิธีการทำน้ำเกลืออย่างง่ายเพื่อใช้ในครัวเรือนทดแทนการเสียน้ำที่อาจเกิดจากโรคระบบทางเดินอาหารเช่นอาหารเป็นพิษ ท้องร่วง เป็นต้น วิธีทำง่ายๆตามขั้นตอนนี้นะครับ
http://www.youtube.com/watch?v=pHHkt5q6VZc

การป้องกันโรคที่มากับน้ำท่วม

      ด้วยขณะนี้เกิดฝนตกหนักและน้ำท่วมหลายจังหวัดในภาคใต้ เพื่อเป็นการป้องกันอันตรายจากโรคและภัยที่มีจากน้ำท่วม แผนกเวชกรรมป้องกัน รพ.รร.จปร.จึงใคร่ขอขอแนะนำโรคและการป้องกันอันตรายจากที่จะมากับน้ำท่วม ดังนี้ นะครับ
http://www.ddc.moph.go.th/advice/showimgpic.php?id=269
พร้อมกันนี้ยังมีวิธีทำอุปกรณ์ช่วยคนจมน้ำด้วยนะครับ
http://www.youtube.com/watch?v=lr7UC8Wdwac
ด้วยความปรารถนาดีจาก แผนกเวชกรรม รพ.รร.จปร.ครับ

วันจันทร์ที่ 21 มีนาคม พ.ศ. 2554

เตือนกำลังพลและครอบครัวดูแลสุขภาพช่วงอากาศเปลี่ยนแปลง




         ด้วยขณะนี้สภาพอากาศในช่วงนี้เกิดการเปลี่ยนแปลงของอากาศเดี๋ยวร้อนเดี๋ยวหนาวเดี๋ยวฝนตก ผวป.รพ.รร.จปร.มีความเป็นห่วงสุขภาพของกำลังพลและครอบครัวเป็นอย่างยิ่ง จึงขอ แนะออกกำลังกายแบบง่าย ๆ ควบคู่กับการรับประทานอาหารร้อน เพื่อช่วยสร้างภูมิคุ้มกันโรคให้ความอบอุ่นแก่ร่างกาย
         อย่างไรก็ตาม ดร.นายแพทย์ สมยศ ดีรัศมี อธิบดีกรมอนามัย แนะประชาชนถึงการดูแลสุขภาพตนเองในช่วงที่อากาศเปลี่ยนแปลง ว่า ขณะนี้ในบางพื้นที่ของประเทศไทยกำลังประสบกับความเปลี่ยนแปลงของอากาศที่ลดต่ำลง  ประชาชนจึงควรหันมาดูแลรักษาสุขภาพให้มากขึ้นเป็นพิเศษ โดยเฉพาะกลุ่มเด็กอ่อน เด็กเล็ก และผู้สูงอายุ นับว่าเป็นกลุ่มเสี่ยงที่มักได้รับผลกระทบต่อสุขภาพได้ง่าย พ่อแม่  ผู้ปกครอง และผู้สูงอายุ จึงต้องมีความเข้าใจ และรู้จักการดูแลสุขภาพตนเองและลูกหลานอย่างปลอดภัยในช่วงที่อากาศเปลี่ยน เพื่อป้องกันโรค ต่าง ๆ ที่เกี่ยวกับโรคระบบทางเดินหายใจ โดยเฉพาะโรคไข้หวัด เพราะหากป่วยเป็นไข้หวัดในช่วงอากาศหนาว และไม่มีการดูแลสุขภาพที่ดี อาจส่งผลให้กลายเป็นโรคหลอดลมอักเสบและโรคปอดบวมได้ในที่สุด
         ดร.นายแพทย์ สมยศ  กล่าวต่อไปว่า วิธีที่ทำให้ร่างกายอบอุ่นคลายหนาวที่เหมาะกับทุกกลุ่มวัย สามารถทำได้ด้วยการออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ โดยการเลือกออกกำลังกายอย่างง่าย ๆ อาทิ การเดินเร็ว ๆ การวิ่งเหยาะ การขี่จักรยาน การเล่นกีฬาที่มีการเคลื่อนไหวอย่างต่อเนื่อง  สัปดาห์ละ 5 วัน เป็นเวลาอย่างน้อยวันละ 30 นาที และที่สำคัญอีกประการ คือ ควรพักผ่อนให้เพียงพอ และรับประทานอาหารให้ครบ 5 หมู่ เน้นประเภทผักและผลไม้สดที่มีวิตามินซีสูง ซึ่งจะมีส่วนช่วยเสริมสร้างภูมิคุ้มกันต่อโรคระบบทางเดินหายใจ
          ขอได้รับความปรารถนาดี จาก ผวป.รพ.รร.จปร.ครับ